Mr.NAT's profileสมุดบันทึกของพี่ณัฐ--->พ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    บันทึก 2002 ในเยอรมัน-สร้างเขื่อน

    ครั้งนี้ก็ยังไม่ใช่ นิคมอีกนะครับ...ก็พอดีผมไปดูเข้าสร้างเขื่อนที่เยอรมันก็เลยอดไม่ได้ที่จะเก็บมาให้ดูกันเพราะว่าเขาใช้รถตักดินไม่เหมือนของบ้านเรานะครับเพราะของเขาหมุนแบบกังหัน แถมคันใหญ่ประมาณตึก 18 ชั้นเห็นจะได้และไม่มีรถดั๊มเหมือนเราเขาใช้สายพานลำเลียง โครงการนี้เขาใหญ่มาก
     
    การทำงานของเครื่องก็คล้ายๆกับเลื่อยวงเดือนที่หมุนรอบตัวชิ้นงานวิ่งเข้าหาคมตัดแต่ว่าเจ้ารถตักคันนี้จะหมุนตักหน้าดินลึกประมาณ 1 เมตรกวาดเป็นรูปพัดแล้วลำเลียงด้วยสายพาน ส่วนการเคลื่อนที่ก็ด้วยตีนตะขาบ 4 แถวเคลื่อนที่ไปช้าๆ ซึ่งมองดูพื้นที่รอบโครงการใหญ่มากเขาใช้เจ้ายักษ์นี้ถึง 8 ตัว สอบถามก็พอจะได้เรื่องบางว่าโครงการที่เขาทำเนี๊ยเขาจะเก็บน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า
     
    สิ่งที่ต่างจากบ้านเราก็คือที่นี้ใช้พื้นที่โล่งๆแล้วทำการขุดบ่อขนาดยักษ์เพื่อเก็บน้ำซึ่งไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้พื้นที่ป่ามาสร้างเขื่อน กั้นภูเขาไม่รู้กี่ลูกต่อกี่ลูกเพื่อทำกะละมังยักษ์       Nat'25-03-02

    บันทึกเมื่อ 2002 ในเยอรมัน

      วันนี้คงแปลกหน่อยที่ไม่ได้พูดถึงนิคมอุตสาหกรรม แต่จะเล่าถึงสถานที่แสดงสินค้าที่เยอรมัน ก็วันที่ 14-17 มีนาคม ที่ผ่านมานี่เองเขามีงาน International Shoe Fair ที่ Dusseldorf ผมมันก็คนว่างงานก็ไปดูกับเข้าบ้าง ตอนแรกก็นึกว่าจะฟรีเหมือนงานบ้านเราแต่ที่ใหนได้จ่ายค่าบัตร ตั้ง 700 บาทไทยนะ เราก็ไม่มีปัญหาเพราะถือว่าเขาคงมีค่าใช่จ่ายเรื่องสถานที่จัดงาน ที่นี่มีถึง 17 Hall และมีตึก Messe center น่าจะเอาไว้ประสานงานพูดง่าย ๆ ว่าตึกบัญชการแล้วกัน ถ้าคิดอีกอย่างเงิน 700 บาทก็ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อแลกกับการได้ติดต่อค้าขายกับเจ้าบองสินค้าโดยตรงจากหลาย ๆประเทศ ซึ่งก็มีสินค้าหลาย ๆยี้ห้อที่ต้องการทำตลาดในเมืองไทยแต่ยังไม่มีตัวแทน...
     
    พี่ไทยเราก็มารู้สึกว่าจะมาเป็นทีมแต่ขายสินค้าคนละยื้ห้อภายใต้โลโก้ ThailandBest...ก็เดินทั้งแต่เช้าจนบ่ายก็ไม่ยักกะหมด ซะทีก็เขาเล่นจัดงานแต่ละที่ก็ 10 Hall ก็ประมาณว่า 8-10 เท่าที่บ้านเราจัดกัน...แถมที่บูฑประชาสัมพันธ์ยังบอกอีกว่ามีงาน computer ที่ Hanova ขนาดของสถานที่ก็พอๆกัน
     
    "อิจฉาจัง" ที่ว่าอิจฉานี่ก็อิจฉาผู้ประกอบการที่นี่ก็ ไม่ว่าจะเมืองไหนๆรัฐเขาก็ส่งเสริมอย่างจริงจังทำไมน่าไม่มีที่แบบนี้ใน... ขอนแก่น(ใกล้ลาว,เขมร)ที่เชียงใหม่,ที่สงขลา บ้างจังไม่รู้ว่าสร้างทำไมตั้ง 2 ที่แถว ๆ บางนากับแถว ๆ รังสิตน่าจะเอาไปตั้งที่ขอนแก่นบ้านผม ซักหลังเผื่อฝรั่งเขาจะตามมาดูงานที่บ้ามผมบ้าง?       Nat'25-03-02
     
     

    จากฝันสู่วันเดินทาง (ต่อ)

    จากฝันสู่วันเดินทาง(ต่อ)
     
    ทุก ๆ      คนต่างมีฝันแต่เมื่อตื่นขึ้นมาจะมีสักกี่คนที่กล้าที่จะทำฝันของตนให้เป็นจริง แต่คุณต้องรู้อยู่เสมอว่าโลกความจริงไม่ใช้ความฝันซึ่งกว่าจะได้ฝันนั้นมาไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วความภูมิใจจะมาพร้อมกับความสำเร็จเมื่อคุณสามารถทำฝันนั้นให้เป็นจริง...
    ถ้าคุณตั้งใจที่จะมาศึกษาต่อที่เยอรมันคุณต้องรู้ก่อนว่าคุณ ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง เพื่อที่จะไปขอ VISA เพื่อพำนักอาศัยในเยอรมัน ซึ่งส่วนมากแล้วเขาจะขอกันอยู่ 3 อย่างคือ นักท่องเที่ยวอยู่ได้ 3 เดือน นักศึกษาปีต่อปี แต่งงาน
     
    "หลักฐาน"
    1)     คุณต้องมี Passport ถ้าไม่มีก็ให้รีบไปทำซะไม่ยุ่งยากอะไรมากมาย
    2)     รูปถ่าย 1 ใบ(สีหรือขาวดำก็ได้)
    3)     ใบจองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งคุณไปขอที่เขาจำหน่ายตั๋วเครื่องบินไม่ต้องเสียตังท์(แต่คนไทยเอาเปรียบคนไทยมีเยอะ)
    4)     ใบประกันสุขภาพ ถ้าเกิดเจ็บป่วยหรือตายที่โน่นจะได้ไม่เป็นภาระรัฐ(เขาบังคับนะ)
    5)     ใบรับรองว่าคุณสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการอาศัยอยู่ได้หรือให้ญาติที่เยอรมันออกใบรับรองให้ก็ได้(ง่ายหน่อย)
    6)     สุดท้ายก็ใบคำร้อง(ขอที่สถานทูตเขาให้ฟรีถึงพี่แกท่าทางหยิ่ง ๆหน่อยแต่ใจดี)
    ปล.ผมคิดว่าค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรเริ่มตั้งแต่ไม่มีPASSPORT ไม่น่าเกิน 5,000บาท(แต่คนไทยเอาเปรียบคนไทยมีเยอะ)
     
     
    "อ้อ"     เกือบลืมใบที่ 7 ก็คือหนังสือยืนยันการตอบรับคุณเข้าศึกษาจากโรงเรียนที่เยอรมัน ซึ่งคุณสามารถติดต่อทางจดหมายก็ได้ จะเรียนที่ใหนติดต่ออย่างไรก็ต้องพยายามติดตามข้อมูลกันต่อ...ซึ่งในโลกนี้คุณคงไม่ได้อะไรมาอย่างง่าย ๆ นอกจากความรักจากพ่อและแม่...

        Nat'29-03-02
     
     
     
     
    ผมจะเล่าถึงการไปติดต่อสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
    โปรดติดตาม update ครั้งต่อไป 01-04-02 นะครับ
    ผมลองทำ"
    หนังสั้น"มาให้ชมกันแต่ว่า โหลดนานหน่อยนะครับประมาณ 6 นาที