Mr.NAT's profileสมุดบันทึกของพี่ณัฐ--->พ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ไฟ น้ำ และความไว้ไจ

    มีเพื่อนรักอยู่ 3 คน คือ ไฟ - น้ำ และ ความไว้ใจ

    ทั้ง 3 ได้มาพบและพูดคุยกัน

    ไฟได้บอกกล่าวกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
    "ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตในที่ๆ มีควันฉันจะอยู่ที่นั่น "

    ส่วนน้ำนั้น บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
    "ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตที่ๆ ต้นไม้เขียวชอุ่มและเจริญงอกงาม เพราะฉันจะอยู่ที่นั่น"

    ส่วนความไว้ใจ บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
    "หากฉันหายไป.......พวกเธอจะไม่มี วันได้พบฉันอีกเลย ..........."
     
    ไฟ ก็เปรียบเสมือนความหวัง ความมุ่งมั่นมานะ และพลังในการดำเนินชีวิต แม้มันหมดหรือดับไป........ คุณยังอาจจุดประกายแห่งความมุ่งมั่นนั้นได้ ขอเพียงคุณมีแรงดลใจ (ควัน)

    น้ำ เปรียบเหมือน ความรัก ความอบอุ่น เป็นสิ่งชโลมจิตใจ ให้ชีวิตคงอยู่อย่างสดชื่น และมีชีวิตชีวา แม้คุณอกหักหรือผิดหวัง แต่ความรักก็ยังพร้อมจะเกิดขึ้นใหม่และเจริญงอกงามต่อไปได้เสมอ

    แต่ความไว้วางใจนั้น เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ
     

    ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า หรือ ลูกน้อง ถ้าหาก...คุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป......

    คุณจะไม่พบมันอีกเลยในความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา

    "ปริญญาวิชาชีพกับปริญญาชีวิต"

    อยากให้ทุกคนได้อ่านบทความดีๆ เสี้ยวหนึ่งจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

                    ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร นะ มาเรียนที่อเมริกา เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู ว่าสะอาดจริงมั้ย กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย ต้องให้ดีที่สุด เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ แกเสนอแผนที่สอง แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย

                    แกมีบ้าน มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจ มีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง วันหนึ่งแกพักผ่อน หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย ลุกเมียไปขอพบ บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็ง พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย จริง ๆ เค้าก็เตือนตลอด แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้ แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน บันทึกชีวิตแก
    ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่ กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก


                    ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า พ่อผมเคยบอกว่า เกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ ปริญญาใบที่หนึ่ง

                     "ปริญญาวิชาชีพ" เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น พูดง่าย ๆ ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ แต่"ปริญญาวิชาชีวิต" ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตกเพราะอะไร เพราะทำงานจนป่วยตาย

                    ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง บ้าน รถ มอบมันให้กับลูกและภรรยา แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้ สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตายนี่คือปริญญาวิชาชีวิต

                    ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเองที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดีดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ แต่ละวันควรจะมีให้ดูแลตัวเอง ดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า
    พยายามลดลงในแต่ละวัน ๆ เพื่อที่ว่าอะไร เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิตหนึ่งปริญญาวิชาชีพเราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่งมีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่ แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง คือวิชาธรรมะ
    สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุขอยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดีเพราะอะไร เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
                    เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงินบางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทองบางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์ พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิตสุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ และก็ชีวิตของเรา

    ความทรงจำ

     

      

     

    เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา (ตอนที่ 4)

    (ต่อจากตอนที่ 3) จากนั้นข้าพเจ้าได้ตัดสินใจรับงานบริหารโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย UAC มูลค่าโครงการ 110 ล้านบาท และ โครงการก่อสร้างห้องเย็น ขนาด 4,000 ตัน มูลค่าโครงการ 120 ล้านบาท สัญญาจ้าง 1 ปี
     
       สิ่งที่ได้รับ คือ การบริหารเงินที่มีอยู่และจัดการจัดลำดับงานแต่ละขั้นตอนในเวลาที่จำกัดให้ได้รับ ความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายระหว่างเจ้าของงานและผู้รับเหมาแต่ข้าพเจ้ายังขาดความรู้ในการจัดการตามระบบสากลยอมรับ
     
       ดังนั้นจึงตัดสินใจเข้าทำงานกับบริษัทดังกล่าวในตำแหน่งหัวหน้าแผนกต้นกำลังโรงงาน ด้วยเหตุผลที่ต้องการศึกษารูปแบบการทำงาน ระบบงาน อีกทั้งองค์กรกำลังเริ่มพัฒนาและจ้างผู้เชี่ยวจากต่างประเทศเข้ามาฝึกอบรมพัฒนาคควความสามารถทักษะของพนักงานซึ่งเป็นโอกาสเติมเต็มสิ่งที่ขาด
     
       เมื่อข้าพเจ้ามีความรู้และประสบการณ์มากขึ้นแนวทางสู้เป้าหมายที่จะเป็นผู้มีความมั่นคงในชีวิตของข้าเจ้าได้เปลี่ยนไป โดยการเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจส่วนตัวของข้าพเจ้าได้เปลี่ยนไปเป็นความพอใจที่เกิดจากการได้สอนงาน ให้ความรู้ ให้โอกาส (ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าแสวงหามาตลอดชีวิต) และส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาประสบความสำเร็จ   เป็นแนวทางใหม่ของข้าพเจ้า สู่เป้าหมาย สังคมยอมรับ ความมั่นคงในชิวิตสร้างให้เกิดขึ้นได้จากการสะสมค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป
     
       (ติดตามตอนต่อไป)

    เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา (ตอนที่ 3)

       หลังจากนั้นช่วงระยะเวลาหนึ่งข้าพเจ้าตัดสินใจเดินทางไปประเทศเยอรมันด้วยทุนของตัวเองที่เก็บสะสมตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน   โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเปิดมุมมองการมองโลกให้กับตัวเอง   เมื่อข้าพเจ้ากลับเมืองไทยได้ก่อตั้งบริษัท เอ็นเอสเอ็น เอเชี่ยนเทรด จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้า-ส่งออก เครื่องมือเครื่องจักร และออกแบบเครื่องมีอเครื่องจักรให้กับโรงงานผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ขณะนั้นข้าพเจ้าอายุ 25 ปี ซึ่งธุระกิจสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ติดปัญหาเรื่องของเงินทุน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าไม่เคยมีทั้งความรู้และทักษะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สิ่งที่มีขณะนั้นคือ ทักษะและความรู้ในงานด้านวิศวกรรมเท่านั้น
     
    (ติดตามตอนต่อไปนะ)

    เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา( ตอนที่ 2 )

    เมื่อข้าพเจ้าใกล้สำเร็จการศึกษา   ข้าพเจ้าเป็นคนแรกของรุ่นที่ได้เริ่มต้นทำงานในตำแหน่งวิศวกรโรงงาน และมีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงค์โปร
    ขณะที่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน   ข้าพเจ้ามีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะย่นย่อเวลาในการแสวงหาความรู้และประสบการณ์ให้สั้นที่สุด   โดยการ Copy ความสารารถและประสบการณ์ที่ได้รับการสั่งสมของหัวหน้างานและเจ้าของกิจการที่ทำอยู่   ข้าพเจ้าพยายามที่จะทำงานให้มากกว่าเรียนรู้และศึกษาหาประสบการให้มากกว่าจนกระทั่งข้าพเจ้ามีความรู้และประสบการณ์ในกระดับที่ข้าพเจ้าพอใจ   (แต่ก็แลกมาด้วยเวลาส่วนตัวที่มีค่ายิ่ง)   แล้วตัดสินใจลาออกเพื่อเริ่มต้นทำงานกับบริษัทแห่งใหม่ในตำแหน่ง cutting tools design engineering ซึ่งได้รับการเชื่อถือและยอมรับจากภายในและภายนอกจนกระทั่งได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศเยอรมัน
    ซึ่งสิ่งที่ได้รับทุกครั้งในการเปต่างประเทศ คือ เห็นโอกาสและมีความมุ่งมั่นในความเชื่อที่มีอยู่อย่างยิ่งยวดและทำให้เป้าหมายของข้าพเจ้าชัดเจนยิ่งขึ้น

    เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา (ตอนที่ 1)

       ข้าพเจ้ามีความมุ่งมั่นแล้ววางแนวทางที่จะเป็นผู้มีความมั่นคงในชีวิตประกอบกับสังคมยอมรับ   จุดเริ่มต้นในการกำหนดเป้าหมายเกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้ายังเด็ก (จำได้ว่าประมาณชั้น ม.2-ม.3) โดยข้าพเจ้าพยายามศึกษาหาความรู้ในด้านต่าง ๆ ถึงขนาดเป็นกรรมกรในโรงงาน โดยยึดมั่นแนวทางจากผู่ที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ คนเป็นแบบอย่าง เพื่อสร้างแนวทางเป็นหลักการของตนเอง
     
       เมื่อข้าพเจ้าอายุประมาณ 20 ข้าพเจ้าเริ่มต้นธุรกิจของตนเองโดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความขยันที่มีอยู่เป็นทุน มุ่งมั่นว่าทุกอย่างเราสามารถสร้างได้ด้วยมือของเรา ด้วยการติดต่อรับงานตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ที่สถาเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งงานที่ได้มาข้าพเจ้านำมาแบ่งงานและจ่ายแจกให้กับเพื่อน ๆในรุ่น ตามความสามารถและความถนัดของแต่ละคน   ซึ่งก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและเพื่อนร่วมรุ่นได้ดีระดับหนึ่งอีกทั้งข้าพเจ้ามีความสนใจในวิทยาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ พร้อมทั้งเป็นเปิดเว็บไซท์ www"thaiworkshop.8m.com ทำหน้าที่เป็นเว็บมาสเตอร์