Profilo di Mr.NATสมุดบันทึกของพี่ณัฐ--->พ...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Mr.NAT PONG

Professione
Località
Interessi
ชอบที่จะแชร์ความรู้ให้กับทุกคน และอยากให้ทุกคนพบกับความสำเร็จและมีความสุขกับการได้มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งการแข่งขันใบนี้

หวัดดีทุกคนที่แวะเข้ามา

ฝากข้อความทักทายกันได้ที่นี้นะ...

อ้อ...ถ้าดีฝากเมล์ไว้จะ add ทุกคนเลย

spaces นี้สร้างขึ้นโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร...
แต่สร้างขึ้นเพื่อเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ไวเป็นความทรงจำ
อาจจะมีเรื่องส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ (ก็เป็นบันทึกส่วนตัวนะ)
แต่ก็อาจจะมีแนวความคิดบางอย่างพอที่จะเป็นตัวอย่างได้บ้าง
....ปล.ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อโชว์อะไรนะครับ (อย่าเข้าใจผิด)
 
 
 
Attendere...
Il commento immesso è troppo lungo. Immetti un commento più breve.
Immissione non effettuata. Riprova.
Impossibile aggiungere il commento al momento. Riprova più tardi.
Per aggiungere un commento è necessaria l'autorizzazione di un genitore. Chiedi autorizzazione
I tuoi genitori hanno disattivato i commenti.
Impossibile eliminare il commento al momento. Riprova più tardi.
Hai raggiunto il numero massimo di commenti pubblicabili giornalmente. Riprova tra 24 ore.
Impossibile lasciare commenti. La funzionalità è stata disattivata perché i sistemi hanno rilevato una possibile attività di spamming dal tuo account. Se ritieni che il tuo account è stato disattivato per errore, contatta il supporto tecnico di Windows Live.
Esegui il seguente controllo di protezione per completare la pubblicazione del commento.
I caratteri digitati nel controllo di protezione devono corrispondere ai caratteri dell'immagine o della riproduzione audio.
หวัดดีค่ะพี่ณัฐ เห็นชื่อมานานแล้วพอมีโอกาสเลยเข้ามาทักทาย ชอบความรู้ต่างๆ ที่พี่แชร์ไว้
ขอบคุณมากนะค่ะ 
ว่างๆแวะเข้ามาทักทายกันมั
9 Gen.
หวัดดีค่ะพี่ณัฐ งัยแวะไปทักทายนุช ที่นี่นะคะ
หวังว่าพี่คงแวะไปทักทายน๊าๆ บายค่ะ
 
22 Dic.
ja ja klangklarha scritto:
เม้นผิดว่างั้น
 
โอเคค่ะ
13 Dic.
หวัดดีค่ะ พี่ณัฐ หายเงียบไปเลยน๊าๆๆ
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลและ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ คิดถึงนะเจ้าคะ
                นุชจอมยุ่ง(^_^)
6 Dic.
สวัสดีเพื่อน หวังว่ายังพอจำกันได้ โต้ง ตือ เอง ชื่ออะไรก็ได้ที่นายจำเราได้ สบายดีไหม หน้าตานายนี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ
29 Nov.
ja ja klangklarha scritto:
ขอโทดอีกครั้งค่ะพี่ณัฐ..นู๋ขอโทด
ต่อไปนู๋จะไม่ทำอีกแล้ว
ก็อยากให้รู้ว่านู๋แวะมาหาเฉยๆ
ไปแระ..เศร้า
 
22 Nov.
ja ja klangklarha scritto:
>'''''<)
( ' ; ' ) Stay Cute!!
(@)(@)
<)"""""(>
( ' @ ' ) Sleep More!!!
(("),,,,("))
@""@
( ='.'= ) Be GOoD!!
o~(__)_)
(>'''''<)
( ' ; ' ) Be HaPPY!!!
(@)(@)
<)"""""(>
( ' @ ' ) Be Cool!!!
(("),,,,("))
@""@
( ='.'= ) Be Loved!!!
o~(__)_)
(>'''''<)
( ' ; ' ) Be Smart!!!
(@)(@)
<)"""""(>
( ' @ ' ) Be Strong!!!
(("),,,,("))
@""@
( ='.'= ) Be Fun!!!
o~(__)_)
(>'''''<)
( ' ; ' ) GuD Luck!!!
(@)(@)
<)"""""(>
( ' @ ' ) TaKe CaRe
(("),,,,("))
22 Nov.
หวัดดีคับพี่พอดีผมลองทำspaceของผมเป็นครังแรกผมเลยลองเข้าของพี่ณัฐดู รู้สึกว่าเรื่องต่างๆที่พี่เขียนจากประสบการณ์หรือจากสิ่งต่างรอบตัวลงไปนั้นมันทำให้ความคิดความอ่านของผมในการทำงานดีขึ้นมากเพราะที่ผ่านมาผมไม่ค่อยมีความสุขกับการทำงานเอาซะเลย เพราะงานที่ผมทำมันเป็นงานที่ผมไม่ค่อยถนัด(ทำดีก็โดนด่า ทำม่ายดีก็โดนว่า)บางครั้งผมก็รู้สึกท้อนะ แต่ไม่ถอยหรอกแต่ผมจะพยายามสู้ต่อไปเพื่ออนาคตที่สดใสของตัวผมเอง..(ขอบคุณคับ)
...
 
8 Nov.
Romeo Juliesha scritto:
เพิ่งเคยเข้ามาใน space ของพี่ณัฐค่ะ
แล้วเอาไว้ว่างๆจะเข้ามาอ่านโดยละเอียดอีกทีนะคะ
หวังว่าพี่ณัฐจะมีอะไรดีๆมาฝากน้องๆอย่างนี้เรื่อยๆไปนะคะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
12 Ott.
Mr.NATha scritto:
วันนี้พี่ณัฐเครียด ๆ กับงาน เลยมานั่งพักหยุดคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา...ก็เลยมีเวลานั่งอ่านบล็อกของพี่ณัฐเองตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไม ถึงได้เยอะขนาดนี้ (ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.กว่าจะหมด) แต่อ่าน ๆ ไปก็เพลินเหมือนกัน เหมือนกับว่าได้ทบทวนบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านมาบาง...หากเพื่อน ๆ น้อง ๆ คนไหนมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมในบางเรื่องก็แสดงข้อคิดเห็นได้ในตอนนั้น ๆนะครับ 
7 Set.
Mr.NATha scritto:
หัวหน้าที่ดีต้องวางแผนระยะยาวหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะเกิดใน  42 ข้อที่น้องจ๊ะอะดินำเสนอ...ถึงจะหลุด...เดินทาง ตลอดเส้นทางได้สำเร็จก่อนหมดเวลาในเกมส์นี้..(ตอบน้องจ๊ะอะดิครับ)
ปล.เมื่อกี่พี่บอกถึงการหลีกเลี่ยงโอกาส พี่ณัฐขอต่อในบล๊อกซักตอนนะครับเพราะเรื่องนี้สำคัญมากกับการมีชีวิตในอนาคตของแต่ละคน...(พึ่งนึกออกพอดี)
 
1 Set.
ja ja klangklarha scritto:
พอดีอัพไม่เสร็จบวกกับแก้ไปแก้มาเลยไม่ครบ50โรคซื้อบื้อของหัวหน้างานสรุปได้แค่42โรคแต่ก็ยินดีที่พี่จะเอาไปเผยแพร่ต่อยังไงก็คงมีแค่ไม่กี่คนที่จะเป็นแบบ42โรคนี้แต่อย่างน้อยจ๊ะเองก็เคยเจอหัวหน้างานแบบนี้มาจนครบ..เจอมากๆเริ่มจะชินซะแล้วววค่ะพี่ณัฐ 
1 Set.
Eak leraha scritto:
ขอบคุณครับพี่สำหรับคำแนะนำดีๆ ความจริงก็เบื่ออยู่ดีนั่นล่ะ แต่คิดไปคิดมางานของผมมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร
แล้วก็ถ้าไม่ทำก็คงไม่มีอะไรกินแล้วล่ะ 555 แล้วไม่ว่าทำงานที่ไหนก็คงเหมือนๆกันล่ะ คือ น่าเบื่อพอกัน 
31 Ago.
Mr.NATha scritto:
วันนี้พี่ณัฐได้เพิ่มประเภทอีก หนึ่งหมวด คือ มุมสบาย ๆ (รื่องขำ ๆ)  
ซึ่งที่เพิ่มขึ้นมาเพราะว่าเรื่องราวต่าง ๆที่พี่เล่าแชร์ประสบการณ์ให้ฟังจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน หลาย ๆคนที่เครียดกับงานแล้วถ้าได้เข้ามาในมุมสบาย ๆ น่าจะพอคลายเครียดได้บ้าง...(แต่ก็ยังได้แนวคิดมีสาระซ่อนอยู่บ้าง)...
หากเพื่อน ๆมีเรื่องขำ ๆ ก็ส่งเมล์มาได้นะพี่ณัฐยินดีลงเรื่องขำ ๆให้เพื่อน ๆได้อ่านกันต่อครับ
27 Ago.
Mr.NATha scritto:
มีน้องถามมาว่า " พี่ณัฐออนเอ็มช่วงไหน?" 
พี่ณัฐต้องบอกว่าพี่ออนเอ็มทุกวันเวลาประมาณ 7.30-20.00 น. แต่ส่วนมากไม่ค่อยได้อยู่ที่โต๊ะนะ...
ถ้าเพื่อน ๆทักมาอาจจะไม่ได้ตอบกลับต้องขอโทษด้วยครับ
แต่ถ้าฝากข้อความไว้จะตอบกลับทุกฉบับครับผม 
16 Ago.
Elenchi

สมุดบันทึกของพี่ณัฐ--->พี่ณัฐสอนน้อง

ความแตกต่างของ Manager & Engineer

ผู้ชายคนหนึ่งอยู่บนบอลลูน และกำลังหลงทาง
เขาลดระดับความสูงลงและมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งอยู่เบื้อง
ล่าง จึงตะโกนถามไปว่า

'ขอโทษครับคุณ ผมกำลังหลงทาง และผมสัญญากับเพื่อนว่าจะไปพบเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกได้ไหมครับว่า ตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน?'

ชายคนนั้นตอบทันทีว่า
 
'คุณอยู่บนบอลลูน ซึ่งลอยอยู่ที่ระดับประมาณ 30ฟุตเหนือพื้นดิน ที่ระดับ 40-42  องศา ละติจูดเหนือ และ 58-60 องศา ลองติจูดตะวันตก'
'ผมเดาว่า คุณคงเป็นวิศวกร' ชายที่อยู่บนบอลลูนกล่าว

'ใช่ครับ' ชายคนนั้นตอบ 'แล้วคุณรู้ได้อย่างไร?'


'เพราะข้อมูลที่คุณบอกทางเทคนิคนั้นถูกต้อง แต่ยากแก่การเข้าใจและความจริงก็คือ ผมก็ยังคงหลงทางอยู่นั่นเอง...' ชายบนบอลลูนตอบ;

'ถ้างั้น คุณต้องเป็นผู้จัดการ ใช่ไหม?' ชายคนที่อยู่ด้านล่าง ถามกลับ

'ใช่ครับ' ชายคนที่อยู่บนบอลลูนตอบ 'แล้วคุณรู้ได้อย่างไร?'


ชายที่อยู่บนพื้น ตอบว่า 'คุณไม่ทราบว่า คุณอยู่ที่ไ หน
และกำลังจะไปในทิศทางได
คุณให้สัญญา แต่ทำไม่ได้ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น คุณคาดหวังจะให้ผมช่วยแก้ปัญหาให้คุณ
ความจริงก็คือ คุณก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ก่อนที่ผมจะมาพบคุณ
แต่กลายเป็นว่าเป็นความผิดของผม ที่ไม่สามารถให้ข้อมูลคุณ !!!'

เข้ามาอีกครั้ง

วันนี้พี่ณัฐกลับเข้ามาใน Space อีกครั้ง จากที่นานหลายเดือนแล้วไม่ได้เค้ามา มานั่งอ่านข้อความในสมุดเยี่ยม ก็เห็นว่าครั้งล่าสุดที่น้อง ๆ เข้ามาเยี่ยมก็หลายเดือนแล้ว และวันนี้ก็มีน้อง ๆ เข้ามา 2 คน จริง ๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรจะเล่าให้ฟังมากนักแต่ที่เริ่มต้นพิมพ์ขึ้นนั้น (จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เปิดขึ้นก็พิมพ์) 
 
ในชีวิตจริงพี่ณัฐพบเห็นและสังเกตการทำงานของน้อง ๆก็พบว่าความวุ่นวายที่เกินขึ้นในการทำงานส่วนมากนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่งาน แต่ปัญหาอยู่ที่ความคิดมากของคน ความรู้สึกของคนถ้าเอามาทำงานมักจะเกิดปัญหา การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน ปัญหาไม่ได้เกิดจากการมีชีวิตอยู่ของคนแต่ความรู้สึกของคน ทำให้เกิดปัญหาในการมีชีวิตอยู่ต่างหาก???
 
วันนี้ถ้าน้อง ๆ ได้ดูข่าวก็จะพบการประท้วงเรียกร้องสิทธิ   พี่ณัฐไม่สามารถชี้ได้ว่าฝ่ายใหนถูกหรือว่าใครผิด เพราะสิ่งที่ถูก สิ่งที่ผิดอยู่ที่ความรู้สึกของแต่ละคน  สิ่งที่ชี้ได้ในตอนนี้คือ ประเทศคงพัฒนาไปได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น(...ไม่คุยเรื่องการเมืองดีกว่า...) แต่...พี่ณัฐว่าทุกคนมีจินตนาการ แกนนำพันธมิตรก็เป็นคนที่มีอุดมการณ์จากจิตนาการเพื่อสังคมใหม่เหมือนกัน และพ็เชื่อว่าฝันที่เค้ามองเห็นนั้นคงเป็นสังคมที่น่าอยู่ แต่ทุกคนมีจิตนาการ ขึ้นอยู่กับว่าเส้นแบ่งนั้นต้องแยกให้ออกกับสังคมความเป็นจริง บางครั้งเมื่อโอกาสของเรามาถึงหรือมีโอกาศให้เราผลักดันให้จินตนการนั้นเป็นจริงเราอาจจะทำมันอย่างเต็มที่ โดยลืมคิดว่าสิ่งไหนคือความป็นจริง หากเราเป็นแค่คนธรรมดาก็อาจไม่จำเป็น แต่หากเราเป็นผู้นำ และ ยิ่งเรามีผู้ตามที่ฝากชีวิตและความเชื่อไว้มากเท่าไหร่ ยิ่งต้องทำให้เราคิด และแยกเส้นแบ่งของจินตนากการให้ออก ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
 
 
จากพี่ณัฐ
 
ปล.หากใครมีโอกาสได้เป็นผู้นำอย่าลืมข้อคิดเห็นข้อนี้ของพี่ณัฐนะครับ
 
 
 
 

เรื่องเล่าของวงกลมกะสามเหลี่ยม

ความรักของวงกลมกับสามเหลี่ยม

เรื่องเล่าของวงกลม ...

 นานมาแล้ว ... มีวงกลมอยู่วงหนึ่ง

เศษเสี้ยวหนึ่งของมันหายไป

                 

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป

ตามหาเศษเสี้ยวที่หายไปนั้น

มันเจอผู้คนมากมาย

แต่ไม่มีใครเลย ที่จะเติมเต็มมันได้

บางที .. ก็ใหญ่เกินไป

ถ้าฝืน ... ก็จะเจ็บทั้งสองฝ่าย 

 

บางที ... คิดว่าเข้ากันได้

แต่พอจะก้าวไปข้างหน้า ... ถึงได้รู้ว่า 'ไปด้วยกันไม่ได้'

 บางที ... เศษเสี้ยวมีหนามแหลมคม

กว่าจะรู้ตัวว่า 'ไม่ใช่'

ก็ได้ทิ้งบาดแผลและความเจ็บปวดมากมายไว้ให้เจ้าวงกลม

มันยังกลิ้งไป ... กลิ้งไป

จนในที่สุด ... ก็ได้พบเศษเสี้ยวของมัน

แล้ววงกลม ... ก็เต็มวง

--------------------------------------------------------------------------------

ถ้าเรื่องมันจบแฮปปี้ยังงี้ก็ดีเนอะ   ลองมาฟังนิทานอีกเรื่อง ...

--------------------------------------------------------------------------------

 

เรื่องเล่าของสามเหลี่ยม

 ยังจำเศษเสี้ยวของวงกลมนั้นได้ไหม?

เสี้ยวรูปสามเหลี่ยม... กำลังตามหาวงกลมของมัน

 

มันกลิ้งไป ... กลิ้งไป

พบคนมากมาย ...

แต่ไม่มีใครเลย ...ที่เป็นที่ของมัน 

 

 นี่ก็ไม่ใช่ ... นั่นก็ยังไม่ใช่

 

พอเจอคนที่คิดว่าใช่ ...

กลับพบว่า

เขามีส่วนเติมเต็มของเขาอยู่ แล้ว 

 

สามเหลี่ยม ... กลิ้งไป ... กลิ้งไป ...

 

กลิ้งไป ... กลิ้งไป 

จนขอบของมันเริ่มมนลง

 

ในที่สุดสามเหลี่ยมนั้น

กลายเป็นวงกลม

และพบว่าตัวเอง สามารถกลิ้งไปได้ด้วยตัวของมันเอง

... โดยไม่ต้องการให้ใครมาเติมเต็ม ...

" ชื่อเสียงเหมือนไอน้ำ ความดังคืออุบัติเหตุ และเงินมีปีก "

อย่าไปให้ความสำคัญกับใครบางคน เมื่อคุณเป็นแค่ทางเลือกของเขา.

สัมพันธภาพจะดีที่สุดเมื่อทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกันอย่างสมดุล

 

ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก

เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่ต้องการฟังมัน

แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก

 

เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย

เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย

เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย

 

เมื่อเราตื่นขึ้นมาในยามเช้า เรามีทางเลือกง่ายๆ 2 อย่าง

กลับไปนอนและฝันหวานต่อ หรือ ลุกขึ้นมาแล้วทำความฝันให้เป็นจริง

มันก็แล้วแต่คุณจะเลือกแล้วล่ะ

 

เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้

เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา

และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา

นี่คือความจริงของชีวิต เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

ถ้าเห็นคุณเห็นด้วย มันก็ยังไม่สายเกินแก้

 

เมื่อคุณกำลังสนุกสนาน ก็อย่ารับปากพล่อยๆ

เมื่อคุณกำลังเศร้า ก็อย่าได้ตอบกลับ

เมื่อคุณกำลังโกรธ ก็อย่าไปตัดสินใจอะไร

 

คิดให้ถี่ถ้วน ทำอย่างสุขุม

 

เวลาก็เหมือนสายน้ำ

คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก

เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว

มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า...

 

" ชื่อเสียงเหมือนไอน้ำ ความดังคืออุบัติเหตุ และเงินมีปีก "

เ ลื อกข อง ใส่ บ า ต ร ต า ม วัน เกิด

วันอาทิตย์

อาหารคาว :   ประเภทไข่ ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ลูกเขย ต้ม แกงกะทิ

อาหารหวาน : ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ

ของถวายพระ : หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู

ไหว้พระ : ปางถวายเนตร ( พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ 6 (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ)

ทำทาน : เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด คนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาลโรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ

พฤติกรรม : ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

 

วันจันทร์

อาหารคาว : ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอด ปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสล ิดทอด

อาหารหวาน : น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มันลางสาด ขนมเปี๊ยะ

ของถวายพระ : แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ

ไหว้พระ : ปางห้ามญาติ ( พระประจำวันเกิด) กำลังวัน เท่ากับ 15 ( สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา)

ทำทาน : มูลนิธิช่วยเหลือสตรี

พฤติกรรม : ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรีเช่นลุก ให้สตรีนั่งบนรถเมล์บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง

 

วันอังคาร

อาหารคาว : < FONT color=blue>อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด

อาหารหวาน : ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม

ของถวายพระ : เหล็ก เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ

ไหว้พระ : ปางไสยาสน์ (พระนอน) มีกำลังเท่ากับ 8 (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง)

ทำทาน : คนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก

พฤติกรรม : ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น

 

วันพุธ (กลางวัน)

อาหารคาว : เน้นสีเขียว-หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู คะน้าน้ำมันหอย

อาหารหวาน : ขนมเปียกปูน เขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวยฝรั่ง ชามะนาว

ของถวายพระ : สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา

ไหว้พระ : ปางอุ้มบาตร (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 17 ( สวดแบบย่อ ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท )

ทำทาน : คนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก

พฤติกรรม : อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง

 

วันพุธ (กลางคืน)

อาหารคาว : ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก

อาหารหวาน : ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน

ของถวายพระ : พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม

ไหว้พระ : ปางป่าเลไลย์ ( พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 12 (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ )

ทำทาน : มูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด

พฤติกรรม : เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด

 

วันพฤหัสบดี

อาหารคาว : ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า

อาหารหวาน : แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้

ของถวายพระ : สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา

ไหว้พระ : ปางสมาธิ ( พระประจำวันเกิด) มี กำลังเท่ากับ 19 ( สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ)

ทำทาน : โรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว

พฤติกรรม : นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล5 อย่าซื่อจนเกินไป

 

วันศุกร์

อาหารคาว : ประเภทของหอม หวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม

อาหารหวาน : ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก

ของถวายพระ : นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม

ไหว้พระ : ปางรำพึง ( พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 21 ( สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา)

ทำทาน : เด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้า อาหารที่หอมหวานชวนกิน เช่น ไอศกรีม

พฤติกรรม : ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย

 

วันเสาร์

อาหารคาว : ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว

อาหารหวาน : ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง

ของถวายพระ : ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด

ไหว้พระ : ปางนาคปรก ( พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 10 ( สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ)

ทำทาน : โรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท

พฤติกรรม : กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม

ขำ ๆ กับพระมหาสมปอง

ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า

" ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต มีโอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก

แล้วเอาข้อมูล วัตถุดิบหรือมุกมาจากไหนหนักหนา"

 

อาตมาก็ตอบว่า หลักๆ เลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนัง ละคร   ที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ

พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที

" ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน"

 

อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดูเพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก   และที่สำคัญ   หากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ

ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลกและ   จะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร

ซึ่งนอกจากการอ่าน   การดูและการฟังแล้ว   หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุกฮา ก็ได้มาจากการพูดคุยกับ

เหล่าโยมๆ นี่แหละ

        อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทร.มา

        " พระอาจารย์เหรอคะ   นี่อาตมาเองนะคะ"

        " หา อะไรนะ"

        " พระอาจารย์เหรอคะ   นี่อาตมาเองค่ะ"

        " ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร"

        " อ๋อ ขอโทษค่ะ"

        หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ อาตมาก็กล่าวว่า

        " เจริญพร"

        " ค่ะ เจริญพรเช่นกัน"

        แน่ะ มีอวยพรให้พระด้วย

 

        ข้างต้นก็คือ   สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ระหว่างพูดคุยกับเหล่าญาติโยม   จนถือว่าเป็นเรื่อง

ปกติสำหรับอาตมาไปแล้ว   หรืออย่างก่อนหน้านี้มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่น

พอเข้ามาในกุฏิแล้ว   เธอก็มุ่งตรงไปที่พระบวชใหม่รูปหนึ่งทันที

        " ถวายสังฆทานค่ะ"

        พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆ ไม่ค่อยคล่องนัก จึงหยิบหนังสือขึ้นมาดู

        " ไม่ต้องค่ะ" โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น

        " ดิฉันท่องได้ค่ะ เพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ" เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า

        " อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ"   ( ที่ถูกต้อง จะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ)

        พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา

        " คิกขุสังโฆ นี่มันฟังทะแม่งๆ นะหลวงพี่"

        อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า

        " คิกขุ แปลว่า น่ารัก     สังโฆ   แปลว่า สงฆ์     คิกขุสังโฆ   ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก"

        เท่านั้นแหละ พระใหม่รูปนั้นนั่งยืดทั้งวันเลย

 

        แต่ก็มีบางกรณี   ที่การพูดผิดของคุณโยมทำให้อาตมาแทบจะสำลัก

        อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีโยมท่านหนึ่งโทรศัพท์มา

        " หลวงพี่ขา   ขอเรียนเชิญนิมนต์ค่ะ"

        " ไปไหนล่ะโยม"

        " ไปมรณภาพที่บ้านน่ะค่ะ"

        โห นิม นต์พระไปตายถึงที่บ้านเลย   อาตมาจึงบอกไปว่า   ถ้านิมนต์ไปงานศพไปให้ได้

แต่ถ้าเชิญไปมรณภาพนี่   ช่วงนี้อาตมาไม่ว่างจริงๆ ขอตัวเถอะนะโยม

 

        จากตัวอย่างที่อาตมาเล่าไว้ข้างต้น   คุณโยมอาจจะเห็นเป็นเรื่องขบขัน   แต่มันก็สะท้อน

ให้เห็นความห่างเหินระหว่างคนกับวัดได้ในระดับหนึ่ง   ปัจจุบันนี้คนจะนึกถึงวัดในกรณีพิเศษ

เท่านั้น   เช่นงานบวช   งานศพ   ต่างกับสมัยก่อนที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน   ฆราวาสกับพระจึง

สนทนากันไหลลื่น   ไม่มีคำแปลกๆ หรือผิดที่ผิดทางออกมาให้พระสุดุ้งแต่อย่างใด

        ซึ่งถ้าพูดถึงศัพท์แสงที่แสลงใจแล้ว   ตอนไปบิณฑบาตอาตมาจะเจอบ่อยมาก เช่นมีอยู่

ครั้งหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินๆ อยู่   ก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วขึ้นมา

        " แม่ๆ พระมาขอข้าว"

        " มาเยอะไหมลูก"

        " มา 2   อัน"

        โห   เรียกอย่างกับชิ้นส่วนรถยนต์ นี่ถ้ามาเยอะๆไม่เรียกเป็นฝูงเลยเหรอ

        ดังนั้นเวลาไปบรรยายธรรมให้นักเรียนฟังอาตมาจะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกเพื่อสอน

เด็กๆ ด้วย

        " ถ้าพระกิน   เรียกว่า   ฉัน"

        " พระนอน เรียกว่า จำวัด" (บางคนเรียกขี้เกียจเป็นพระนอนไม่ได้)

        " พระป่วย เรียกว่า อาพาธ"

        " พระตาย   เรียกว่า มรณภาพ" (ไม่ใช่เรียกป่อเต็กตึ๊งนะ)

        " แล้วพระอาบน้ำล่ะ เรียกว่าอะไรเอ่ย"   คราวนี้อาตมาถามให้เด็กๆ ตอบบ้าง

        " เรียกคนมาดู"

    ;     จบกัน

 

ปล.เมื่อวาน (วันที่ 3 มกราคม 2551) พี่ณัฐได้ร่วมจัดงานฌาปณกิจศพ คุณตาขึ้นและได้จัดพิมพ์หนังสือเพื่อแจกในงานศพ ซึ่งพี่ณัฐรู้สึกว่าน่าจะเผยแพร่ให่กับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ได้รู้และได้ศึกษากัน และจำทำให้ตอนต่อ ๆ ไปปขพี่ณัฐจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมอันเป็นกุศล

คำว่ากุศลนั้น คือ ความฉลาด ความรู้  ส่วนคำว่าบุญ คือ ความอิ่มเอิบใจแม้จะไม่รู้                                              

จาก พี่ณัฐครับ

ไฟ น้ำ และความไว้ไจ

มีเพื่อนรักอยู่ 3 คน คือ ไฟ - น้ำ และ ความไว้ใจ

ทั้ง 3 ได้มาพบและพูดคุยกัน

ไฟได้บอกกล่าวกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
"ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตในที่ๆ มีควันฉันจะอยู่ที่นั่น "

ส่วนน้ำนั้น บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
"ถ้าหากฉันหายไป ให้สังเกตที่ๆ ต้นไม้เขียวชอุ่มและเจริญงอกงาม เพราะฉันจะอยู่ที่นั่น"

ส่วนความไว้ใจ บอกกับเพื่อนทั้ง 2 ว่า
"หากฉันหายไป.......พวกเธอจะไม่มี วันได้พบฉันอีกเลย ..........."
 
ไฟ ก็เปรียบเสมือนความหวัง ความมุ่งมั่นมานะ และพลังในการดำเนินชีวิต แม้มันหมดหรือดับไป........ คุณยังอาจจุดประกายแห่งความมุ่งมั่นนั้นได้ ขอเพียงคุณมีแรงดลใจ (ควัน)

น้ำ เปรียบเหมือน ความรัก ความอบอุ่น เป็นสิ่งชโลมจิตใจ ให้ชีวิตคงอยู่อย่างสดชื่น และมีชีวิตชีวา แม้คุณอกหักหรือผิดหวัง แต่ความรักก็ยังพร้อมจะเกิดขึ้นใหม่และเจริญงอกงามต่อไปได้เสมอ

แต่ความไว้วางใจนั้น เป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่นๆ
 

ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ลูก คนรัก เพื่อน หัวหน้า หรือ ลูกน้อง ถ้าหาก...คุณสูญเสียความไว้ใจที่มีต่อบุคคลนั้นไป......

คุณจะไม่พบมันอีกเลยในความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเขา

เทคนิคการเอาตัวรอด จากตำรวจจราจร


ในกรณีที่ตำรวจจราจรเรียกแล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ขอให้ท่านปฎิบัติตัวดังต่อไปนี้

๑. อย่าไปโต้เถียงใดๆทั้งสิ้น และพูดจาให้สุภาพที่สุด

๒. ระงับอารมณ์ให้เป็นปกติ ประหนึ่งว่ามีเรื่องตลกเกิดขึ้น

๓. จราจรขอดูใบขับขี่ ห้ามให้ดูเด็ดขาด ( คุณอาจจะถ่ายสำเนาใบขับขี่ แล้วยี่นให้เขาดูจะดีที่สุด)

๔. ขอให้จราจรเขียนใบสั่งให้คุณ เขาจะเพิ่มข้อหาอีกข้อหนึ่งคือ ไม่มีใบอนุญาติขับขี่ ก็ให้เขาเพิ่มข้อหา

๕. เมื่อได้รับใบสั่งมาแล้ว คุณจะฉีกทิ้งหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็สุดแท้แต่คุณ

๖. คุณไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับตามใบสั่ง

ประเด็นสำคัญ อย่าให้จราจรดูใบขับขี่เด็ดขาด เพราะมันจะยึด(วิ่งราวทัพย์)ใบขับขี่คุณไป แล้ว
คุณก็ต้องยอมไปเสียค่าปรับเพื่อจะเอาใบขับขี่กลับคืน



เมื่อคุณไม่ไปชำระค่าปรับจะมีผลอย่างไร

๑. ไม่มีผลต่อการเสียภาษีรถยนต์หรือจักรยายนต์ทั้งสิ้น คุณยังไปชำระค่าภาษีได้ตามปกติ แม้จราจรจะขู่ ว่าจะอายัดทะเบียนก็ตาม

๒. ขนส่งไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่รับต่อภาษี ไม่มีสิทธิ์ยึดหน่วงเล่มทะเบียน

๓. การอายัดเล่มทะเบียนมันเป็นข้อตกลงระหว่างตำรวจกับกองทะเบียน ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายที่จะบังคับ ใช้กับประชาชนได้ ดังนั้นขนส่งทุกแห่งจะไม่รับชำระภาษีหรือยึดหน่วงเล่มทะเบียนไม่ได้



ผมโดนยึดใบขับขี่รถยนต์ แล้วไม่ไปเสียค่าปรับ สิบปีมาแล้ว ต่อทะเบียนได้ทุกปี จนขาย รถทิ้งไปแล้ว ผมมีใบสั่งเกือบสิบใบทั้งรถยนต์ มอไซค์ ก็ไม่มีปัญหาก่อต่อภาษี

ผม ไม่ได้ส่งเสริมให้ใครทำผิดกฎหมาย แต่ไม่อยากเห็นใครเสียเปรียบโดยไม่
เป็นธรรม วันหลังจะมาบอกว่ากรณีใดที่ตำรวจยึดรถได้ กรณีใดยึดไม่ได้ เพื่อจะได้เป็นความรู้
ต่อสู้กับมาเฟียในคราบของตำรวจ




ที่มา :
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=blogangel&date=31-10-2007&group=3&gblog=38

ขอแสดงความคิดเห็นกรณีสั่งปิดการออกอากาศ TITV เมื่อ 14 มค.51 เวลา 24.00 น.

เมื่อคืนเวลา 24.00 น. (วันที่ 14 มค.51) TITV ถูกระงับการส่งสัญญาณ!!! โดยกรมประชาสัมพันธ์ช่อง 11  นี้มันเกิดอะไรขึ้น????

 

   จริง ๆ ผมเป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่เลือกจะรับฟังข่าวสารจากช่อง TITV เป็นหลัก เหมือนกับอีกหลาย ๆคน เพราะผมมีความเชื่อในคุณภาพข่าวที่ปรากฏ และผมเชื่อ...

 

   เป็นเรื่องที่หน้าตกใจ เมื่อคืนผมเลิกงานกลับถึงบ้านประมาณเวลา 22.00 น. TV ช่องแรกที่ผมเปิด คือ TITV ผมไม่ได้เจาะจงที่จะเลือกเปิดแต่เป็นธรรมชาติโดยปกติ คือ ถึงบ้านกดรีโหมดเปิด TV กดช่อง TITV ฟังข่าวสารพร้อมกับทำงานอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่วันนี้ไม่เหมือนกับทุกวันเมื่อผู้ประกาศข่าวแจ้งว่า ตนเองพึ่งได้รับเอกสารที่แฟกซ์มาจากกรมประชาสัมพันธ์ ลงวันที่ 14 มค.51 ลงนามโดยอธิบดี ฯ เพื่อให้ TITV หยุดการส่งสัญญาณ โดยช่อง 11 ส่งสัญญาณมาแทนในเวลา24.00น....

 

   ทำเหมือนกับเล่นขายของ เหมือนกับองค์กรนี้ไม่ใช่องค์กร เหมือนกับอยากทำอะไรก็ทำ เหมือนกับ...

มันไร้ซึ่งความเป็นมืออาชีพ คนธรรมดา ๆ ที่มีสามัญสำนึกเค้ายังไม่ทำกันแบบนี้เลย

 

   ซึ่งมันไม่แปลกเลยในความรู้สึกของผมที่เห็นคุณภาพของช่อง 11 ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คุณเห็นช่อง 11 เป็นยังไง คุณภาพ หรือความสามารถของผู้บริหารก็เป็นอย่างงั้น... ผมบอกได้เลยว่ามันต่ำมากต่ำจริง ๆในความเห็นของผม

 

   ที่บอกว่าไม่มีสามัญสำนึกและไร้ซึ้งความเป็นมืออาชีพ ก็เพราะว่ามีเห็นผลความจำเป็นอันใด ที่จะต้องปิดสถานีโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหากจะกระทำการใด ๆ ต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและต้องเชื่อมั่นได้ว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับได้และพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่คิดแบบเด็ก ๆ กลัวการแสดงความคิดเห็นโดยการ ปิดสถานี ปิดปาก ผมเชื่อว่าพลังของความถูกต้องพลังของประชาชนจะสามารถแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดครั้งนี้ได้

 

"คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ ท่านนายกฯ คิดอย่างไร? และท่านต้องการจะทำอะไร????"

 

   ผู้บริหารมืออาชีพต้องสามารถทำการใด ๆ ที่ทำให้คนส่วนมากมีความเชื่อฟังอย่างเต็มใจ มีความมั่นใจ เคารพนับถือ และให้ความร่วมมือด้วยความจริงใจเพื่อปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์

 

ง่าย ๆ แค่นี้ยังทำให้เกิดไม่ได้....

 

ขอแสดงความคิดด้วยคนแค่นั้นครับ จากพี่ณัฐ

 
Foto 1 di 4